Jeff Satur เซ็นสัญญากับ Universal Music Southeast Asia เปิดอัลบั้มชุดสองปี 2027 พร้อมคอนเสิร์ตสเตเดียมครั้งแรก
By SingArena Editorial · · Artist Update

THHeadline / Wikimedia Commons (CC BY 3.0)
เจฟ ซาเตอร์ ประกาศเซ็นสัญญากับ Universal Music Southeast Asia เตรียมปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดที่สองช่วงไตรมาสสองปี 2027 ตามด้วยคอนเสิร์ตเดี่ยวสเตเดียมครั้งแรกในกรุงเทพฯ และเวิลด์ทัวร์ปลายปี 2027 ต่อเนื่องถึง 2028
ก้าวใหม่ของเจฟ ซาเตอร์ กับ Universal Music Southeast Asia
เป็นข่าวใหญ่ที่วงการเพลงไทยรอคอย เมื่อ เจฟ ซาเตอร์ (Jeff Satur) หรือ วรกมล ซาเตอร์ ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และนักแสดงชาวไทย ประกาศเซ็นสัญญากับ Universal Music Southeast Asia (UM SEA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Universal Music Group (UMG) เครือค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ระดับโลก การเซ็นสัญญาครั้งนี้ถือเป็นการย้ายบ้านหลังใหม่ของเจฟ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาอยู่ภายใต้ Wayfer Records ซึ่งเป็นค่ายในเครือ Warner Music Thailand
การร่วมงานกับ UM SEA ครั้งนี้มาพร้อมกับแผนงานที่ชัดเจน ทั้งการปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดที่สองของเขา ซึ่ง UM SEA วางกำหนดการเบื้องต้นไว้ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2027 ตามด้วยคอนเสิร์ตเดี่ยวในสนามกีฬาขนาดใหญ่ครั้งแรกของเขาที่กรุงเทพฯ และเวิลด์ทัวร์ที่จะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2027 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028 นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันเจฟให้ก้าวไกลในระดับโลก
2 พันล้านสตรีมมิ่ง และเส้นทางจากศิลปินอินดี้สู่เวทีระดับโลก
ก่อนจะมาเซ็นสัญญากับ UM SEA เจฟ ซาเตอร์ ได้สั่งสมผลงานและฐานแฟนคลับมาอย่างต่อเนื่อง เขามียอดสตรีมมิ่งรวมกว่า 2 พันล้านครั้ง จากเพลงฮิตที่แฟนๆ ทั่วโลกรู้จักดี อาทิ “Fade”, “Dum Dum”, “Hide”, “Ghost” และ “Black Tie” ซึ่งผลงานเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเสียงและสไตล์ดนตรีของเขาสามารถเข้าถึงผู้ฟังได้ในหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐอเมริกา ไปจนถึงละตินอเมริกา
ย้อนกลับไปในปี 2023 เจฟได้ก่อตั้งค่าย Studio On Saturn เป็นของตัวเอง และในปี 2024 เขาได้ปล่อยอัลบั้มสตูดิโอชุดแรกชื่อ Space Shuttle No.8 พร้อมกับทัวร์เอเชียที่ครอบคลุมเมืองไทเป ฮ่องกง มะนิลา จาการ์ตา สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ การเซ็นสัญญากับ UM SEA ในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการยกระดับจากศิลปินที่บริหารเส้นทางของตัวเอง ไปสู่การมีเครือข่ายระดับโลกหนุนหลัง
Red Giant Tour 2025: การพิสูจน์ฐานแฟนคลับข้ามทวีป
ปี 2025 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่เจฟ ซาเตอร์ แสดงศักยภาพในฐานะศิลปินไลฟ์ได้อย่างชัดเจนผ่าน Red Giant Tour ซึ่งเขาเดินทางไปแสดงในหลายประเทศ ครอบคลุมทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน บราซิล ชิลี เม็กซิโก และเปรู ที่น่าสนใจคือ ทัวร์ครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเอเชีย แต่ยังขยายไปถึงอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่ศิลปินไทย rarely เข้าไปถึง สะท้อนให้เห็นว่าฐานแฟนคลับของเจฟกระจายตัวอยู่ทั่วโลกอย่างแท้จริง
ในประเทศไทยเอง เขาสามารถทำยอดขายบัตรจน Sold Out ได้ถึงสองรอบที่ IMPACT Arena กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสนามในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ การทำได้ถึงสองรอบติดกันถือเป็นเครื่องยืนยันถึงกระแสความนิยมในประเทศบ้านเกิด และเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้การวางแผนคอนเสิร์ตสเตเดียมครั้งแรกในปี 2027 มีความสมเหตุสมผล
จาก Grammy Museum สู่ Good Day New York: สร้างประวัติศาสตร์ให้ T-Pop
ปี 2025 ยังเป็นปีที่เจฟสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการเพลงไทยในเวทีสากลอีกหลายครั้ง เขากลายเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้เข้าร่วมพูดคุยและแสดงในงาน Global Spin Live ที่ Grammy Museum นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา และยังเป็นศิลปินไทยคนแรกที่ได้แสดงสดในรายการ Good Day New York ทางสถานีโทรทัศน์ WNYW FOX 5 นครนิวยอร์ก
ความสำเร็จเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้ตัวเขาเอง แต่ยังเป็นการปูทางให้กับศิลปินไทยคนอื่นๆ ที่ต้องการก้าวสู่ตลาดสากล และตอกย้ำว่าเจฟ คือหนึ่งในศิลปินไทยที่มีศักยภาพสูงสุดในการเป็น "ซูเปอร์สตาร์ระดับโลกคนแรกของ T-Pop" ตามที่ UM SEA ได้ตั้งเป้าหมายไว้
เสียงจากผู้บริหารและวิสัยทัศน์ของเจฟ
แอดัม แกรไนต์ (Adam Granite) ซีอีโอของ Universal Music Group ประจำภูมิภาคแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย กล่าวว่า "เจฟ ซาเตอร์ เป็นศิลปินที่มีความพิเศษ ทั้งความคิดสร้างสรรค์และเสน่ห์ระดับนานาชาติ สะท้อนถึงศักยภาพมหาศาลของดนตรีไทยในปัจจุบัน ความร่วมมือครั้งนี้ reinforces พันธสัญญาของเราในการลงทุนกับศิลปินไทยที่มีศักยภาพสูง และช่วยให้พวกเขาสามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก"
ด้านแคลวิน หว่อง (Calvin Wong) ซีอีโอของ Universal Music Southeast Asia และ Korea และ Senior VP ประจำเอเชีย กล่าวเสริมว่า "เจฟ ซาเตอร์ เป็นหนึ่งในศิลปินที่ exciting และมีเอกลักษณ์ที่สุดของไทย ด้วยเส้นทางอาชีพที่น่าประทับใจและฐานแฟนคลับนานาชาติที่หลงใหล เราเห็นศักยภาพมหาศาลที่จะพาการเดินทางของเขาไปได้ไกลยิ่งขึ้นด้วยพลังของเครือข่ายทั่วโลกของ UMG"
ส่วนเจฟเองได้กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า "ณ จุดนี้ในอาชีพของผม การได้พบพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจวิสัยทัศน์ของผมอย่างแท้จริงเป็นเรื่องสำคัญ พาร์ตเนอร์ที่สามารถช่วยให้ไอเดียของผมเป็นจริงได้โดยไม่สูญเสียสิ่งที่ทำให้มันเป็นของผม ผมตื่นเต้นที่ Saturn จะได้พบกับ Universe และเริ่มบทต่อไปของการสร้างสรรค์ที่ไร้พรมแดน เพราะที่แก่นแท้ ดนตรีคือภาษาสากลของผมเสมอ"
สิ่งที่แฟนๆ คาดหวังได้ในปี 2027
ตามแผนที่ประกาศออกมา อัลบั้มชุดที่สองของเจฟ ซาเตอร์ มีกำหนดวางจำหน่ายเบื้องต้นในไตรมาสที่สองของปี 2027 นับเป็นอัลบั้มแรกของเขาที่จะออกผ่านค่ายเพลงระดับเมเจอร์อย่าง Universal Music ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับการสนับสนุนด้านการพัฒนาดนตรี ทิศทางศิลปะ การตลาด การขยายฐานผู้ชม การสนับสนุนทัวร์ และโอกาสร่วมงานกับโปรดิวเซอร์และศิลปินระดับโลก
หลังจากนั้นจะตามด้วยคอนเสิร์ตเดี่ยวสเตเดียมครั้งแรกในกรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญอีกขั้นของเจฟ ในการยกระดับจาก IMPACT Arena สู่สนามกีฬาขนาดใหญ่ และปิดท้ายด้วยเวิลด์ทัวร์ช่วงปลายปี 2027 ถึง 2028 สำหรับแฟนๆ ชาวไทย นี่คือช่วงเวลาที่น่าจับตามองที่สุดของวงการ T-Pop และเป็นเครื่องหมายว่าดนตรีไทยกำลังก้าวเข้าสู่เวทีโลกอย่างเต็มตัว
Tags: Jeff Satur, Universal Music Southeast Asia, T-Pop, Red Giant Tour, ข่าวเพลงไทย, T-POP